https://www.facebook.com/events/230009767362179/236986539997835/
Interview
http://birdmydog.wix.com/peettanatartdirector
พูดคุยกับ PLERNPANPERTH ///////////
-------------------------- -------------------------- ------------------------
เราสัมภาษ PLERNPANPERTH ผ่าน Message ในFacebook เพื่อทำความรู้จักกับเขาให้ มากขึ้นอีกนิด .............
HH: พีชช่วยเล่าหน่อยได้ไหมครับ ว่าเริ่มทำดนตรีตั้งแต่เมื่ อไหร่
P: ถ้าเริ่มทำจริงๆ น่าจะตอนมัธยม เอาโปรแกรมที่ใช้ทำแท็บกีตา ร์ ที่เรียกว่าโปรแกรม Power Tab หรือ Guitar Pro มาทำแล้วเรียบเรียงออกมาเป็ นดนตรีง่ายๆ หลังๆถึงเริ่มอัดเสียงตัวเอ งหรือกีตาร์เข้าไป ด้วยโปรแกรม Cubase กับซาวด์การ์ดคอมเลย วินโดว์ XP 555
HH: ตอนนั้นนี้คือมีวงยังครับ
P: ตอนนั้นเล่นกีตาร์กับวงเพื่ อนที่เป็นแนวเมทั่ล แต่ไอ้ที่ทำในคอมนี่ผมทำของ ผมเอง แต่เพลงที่ทำนี่ ไม่ใช่เมทั่ลเลย เป็นแนวเด็กน้อย
HH: คืออย่างนี้พีชคิดว่า การเล่นเป็นวงกับการทำเพลงค นเดียวมันต่างกันไหม อย่างไร
P: ค่อนข้างต่าง คือโดยปรกติผมมักจะเริ่มจาก ทำเพลงมาคนเดียวก่อน บางเพลงก็คิดเองเออเองจบเอง ไปเลย บางเพลงอาจจะถาม หรือขอความช่วยเหลือคนอื่นม าช่วยฟัง ช่วยอัดบางอย่างให้ แต่พอทำเป็นวง มันจะมีคนที่เราต้องปักหลัก อยู่ด้วยยาวๆ และต้องเกรดกัน ให้รู้สึกต่างคนต่างโอเคประ มาณนึงก่อนค่อยปล่อยเพลงไป ซึ่งความเป็นอิสระ และความเอาแต่ใจของตัวเองก็ จะมีให้กับงานแบบวงน้อยกว่า งานที่เราทำของเราเอง
HH: คืออย่างนี้พีชชอบ การทำงานเดี่ยวหรืองานที่เป ็นวงมากกว่าครับ
P: เช่น ทำวง ถ้าเราคิดลายนี้มาอีกคนไม่ช อบเลย เราก็ต้องคุยกันว่าเออเราจะ เอาลายนี้ออก ลดลง หรือยังไง หรือถ้าอีกคนมีลายดนตรีที่เ ราไม่ชอบ อะไรแบบนี้มันก็ต้องยอมที่จ ะให้มาอยู่ตรงกลาง เอียงนิดๆหน่อยๆได้ มันจะมีความอึดอัดบางอย่างเ หมือนกัน แต่ทำงานที่เรารู้ว่าอันนี้ ออกเดี่ยวเราจะไม่คิดเรื่อง ตรงนั้นมาก ถ้าคนอื่นไม่ชอบอันนี้เราก็ ยังเอาไว้ได้ เพราะ อีกคนไม่ได้เป็นคนในวงเราอะ ไรแบบนั้น
P: เอาตรงๆคือชอบ ชอบการทำงานคนเดียวมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกลียดการทำว ง ไม่งั้นคงไม่ทำอยู่ตอนนี้ 555 แต่ทำงานเดี่ยว เราไม่ต้องไปปักหลักกับใคร จะไปแจมกับคนนั้นคนนี้เราก็ ตัดสินใจเอง เหมือนเราเป็นโปรดิวส์ผู้กำ กับ คนเดียวไปเลย
HH: คือมีอยู่ช่วงนึงที่พีชหยุด จากวงจริญ คือช่วงนั้นมีความเปลี่ยนแป ลงอะไรในการทำเพลงไหม ครับ
P: ในแรกเริ่มเพลงเวอร์ชั่นสตู ดิโอของจริญ มันเป็นงานที่ผมอัดเสร็จก่อ นแล้วเรียบร้อยพวกเพลงที่ปล ่อยออกไป แล้วผมชวนกล้วยมาเล่นวงด้วย กันเป็นคนแรก
P: ยกตัวอย่างเช่น เพลงความรู้รอบตัวมันเป็นเพ ลงที่ผมอัดที่บ้าน ลายเบส คีบอร์ด ซินธ์ ขลุ่ย หรืออะไรต่างๆ คือใช้โปรแกรมเขียน ส่วนกีตาร์ มีตวนที่ทำวง The Orange Rolls ตอนนั้นมาช่วยอัดกีตาร์ท่อน โซโล่ให้ แต่พาร์ทของวง ที่มีกล้วย มีแมน มีปุณคือทำให้การแสดงสดมันม ีชีวิตที่แตกต่างออกไปจากสต ูดิโอเวอชั่น ส่วนช่วงท้ายก่อนที่จะพักจร ิญไป
HH: ยังไงครับช่วงท้าย
P: คือจริงๆ ผมเห็นว่าจริญจริงๆแล้วแต่ล ะคนก็มีแนวทางความชอบที่ค่อ นข้างแตกต่างกันประมาณหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับร่วมกันไม่ได้เ สียทีเดียวแต่ มันมีความไม่สบายใจบางอย่าง เวลาที่เราเล่นด้วยกันแล้วม ันมีรสนิยมในความอยากได้ยิน เสียงแบบหนึ่ง ในเพลงต่างกันประมาณหนึ่ง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการ พักวงไปด้วย
HH: อ้อครับ
HH: แล้วพอหลังจากพักวง พีชมีความคิดยังไงต่อ เพลงที่จะทำครับ คือผมไม่แน่ใจว่ามันมีผลต่อ การทำเพลงใหม่ๆไหม
P: ผลลัพธ์ที่แน่นอนเลยคือช่วง ที่เล่นกับสมาชิกในวงจริญที ่ผ่านมาโดยตลอดมันได้พบปะผู ้คนมากขึ้นเห็นอะไรต่างๆมาก ขึ้น และตั้งคำถามกับตัวเองและสิ ่งที่อยู่รอบๆตัวมากขึ้น ทำให้ผมน่าจะได้รับอิทธิพลจ ากสิ่งต่างๆเหล่านั้นมาด้วย เช่นการได้พบปะ กับเพื่อนใหม่ๆทั้งในแวดวงด นตรี ศิลปะแขนงอื่นๆ ทำให้รู้สึกว่าการทำงานสร้า งสรรค์มันมีหนทางที่เป็นไปไ ด้ มากมายเลย แต่เพียงแต่ว่าต้องเลือกที่ แมทช์กับตัวเอง
HH: แล้วเราเลือกที่จะแมทช์มันย ังไงครับ หลังจากนั้น
P: คือเราเริ่มรู้แล้วว่าตัวเอ ง ไม่ได้ชอบทำเพลงกับคนกลุ่มเ ดิมหรือคนเดิมไปตลอด และยิ่งมากคน และทัศนคติไม่จูนกันเท่าไหร ่ ยิ่งทำให้ผมอึดอัดมากขึ้นเท ่านั้น ในการทำงาน คราวนี้มันก็มาสู่ลาลากับเพ ลินแพนเพิธที่เป็นเหมือนการ ทดลองกับตัวเองอีกครั้ง
HH: ทดลองยังไงครับ
P: คือลาลา ก่อนเป็นลาลา มันเป็นโปรเจคที่อยากจะชวนเ พื่อนในแวดวงดนตรี ที่มีความน่าสนใจมาเล่นด้วย กัน ร่วมกันคิดเพลง แจมร่วมกันหลายๆคนแล้วเล่นด ้วยกัน ชวนเป็นสิบคน แต่ผลสุดท้ายมาซ้อมได้แต่ละ ครั้งส่วนใหญ่ก็จะมีแค่ผม กับไปป์ และเพื่อนอีกแค่คนเดียวหรือ สองคนในกลุ่มนั้น แล้วก็อัดๆที่เล่นด้นสดด้วย กันในห้องซ้อมเก็บไว้
HH: คืออยากให้ลองเล่าวิธีที่พี ชทดลองกับวงLALAหน่อยครับ พอดีเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้ างครับ
P: และก็เอามาลองเลือกแต่ความว ุ่นวายมันเกิดขึ้นเพราะเวลา ของแต่ละคนยากมากๆที่จะตรงก ัน และดูเหมือนบางคนก็อาจจะเริ ่มมึนว่าสุดท้ายแล้วจะเอามา ทำเพลงยังไง เลยกลายเป็นว่าผมเลยตัดปัญห าเรื่องคนเยอะ และปัญหาเรื่องเวลาของแต่ละ คนต่างๆออกและมาลงเอยว่าผมจ ะทำโปรเจคนี้กับไอไปป์เป็นห ลักแล้วกันในฐานะที่เป็นเพื ่อนเก่าและได้เจอกันมานาน และได้ซ้อมด้วยกันตอนนั้นบ่ อยที่สุด
P: ไอ้ที่อัดๆแจมกันไว้กับเพื่ อนคนอื่นทั้งเพื่อนที่เล่นก ลอง คีบอร์ด กีตาร์ อะไรต่างๆก็มาเลือกกันหลักๆ จะทำกับไอไปป์สองคนแทน เกิดเป็นลาลา ที่เพลงไหน ที่แจมกับคนนี้ในห้องซ้อมก็ จะชวนคนนั้นมาช่วยเดเวลอปหร ืออัดเครื่องนั้นๆในเพลง ที่มีซ๊อส มาจากตัวที่ตัดจากที่แจมไว้ มาช่วยกันทำเป็นเพลงๆไป
HH: คือแต่ละเพลงก็จะมีคนแต่งหล ายคนใช่ไหมครับ โดยมี พีช กับไปป์เป็นคนเลือกทั้งหมด แล้วเอามายำกัน
HH: อย่างงั้นตอนเล่นสดก็จะมีคน มาแจมกันเยอะสิครับ ท่าแต่ละคนร่วมทำเพลงด้วยกั น
P:คือ ลาลา มันจะมีลักษณะสมการประมาณว่ าผม+ไปป์+(เพื่อนคนอื่นที่แ จม) เอาไฟล์อัดที่ด้นสดมาตัดๆคั ดๆ แล้วเลือกเพลงมาขึ้นทำกัน
หลักๆคือ ในการเรียบเรียง ผมจะขึ้นโครงจากคลิปสั้นๆ ที่เล่นด้นสดในห้องซ้อมที่แ จมกับคนนั้นคนนี้ ตั้งแต่ช่วยปลายปี 2014 ที่เลือกๆกันไว้ แล้วก็ลองส่งไปมากับไปป์ทำไ ปเรื่อยๆ จนแต่ละเพลงเสร็จ ซึ่งบางเพลงอาจจะมีเพื่อนคน อื่นมาช่วยดูกลอง ดูเบส หรืออัดเบสให้ อย่างเช่นนิว วงสวีตแอนโรล,ชาร์คบอยอไลฟ์ ผมก็ชวนมาช่วยอัดเบสเพลงที่ อาจจะดึงคลิปมากจากที่แจมด้ วยกันตอนนู้น อะไรอย่างนี้ด้วยครับ
P: เวลาเล่นสดครั้งแรกสุดเลยงา น a part of me, a part of you 2 ของพี่ตั้มชวนกันมาเล่นเกือ บหมดบนเวที แต่สุดท้ายมันก็มีปัญหาในระ ยะยาว เพราะ ว่ามันเกิดจากว่า มันไม่ใช่วง ที่เหมือนปรกติที่อยู่ด้วยก ันซ้อมด้วยกันเล่นด้วยกันมา ตลอด และหลังจากนั้น หลายๆงานคนนี้ว่างบ้างไม่ว่ างบ้าง ก็เลยมาลงเอยกันว่า ทำให้ tour member มีสมาชิกหลักๆ 3 คนแล้วกันมีผม ไปป์ และคนเล่นกลอง ซึ่งหลักๆจะเป็นขุนมาเล่นกล องให้ในปัจจุบัน
P: คือลาลามันไม่ได้เป็นการมาซ ้อมกันก่อนให้แน่นแล้วไปอัด กัน
P: แต่เหมือนเรามาช่วยคิดช่วยอ ัดกันเลย ซึ่งมันมีโครงที่ผมทำไว้แล้ วและมีไปป์ก็เติมบางอย่างลง ไปด้วย สุดท้ายแล้วเล่นสดกันสามคน โดยใช้อะไรสดๆอย่างเสียงร้อ งกีตาร์โปร่ง เปอคัสชั่น กลองชุด และเปิดส่วนที่เราเล่นไม่ได ้จากคอมพิวเตอร์เอา สบายใจกว่า รู้สึกผ่อนคลายกว่าตอนเล่น ก็เอาตามนั้น
HH: คือผมลองตั้งขอสังเกตุเป็นไ ปได้ไหมครับที่พีชใช้วิธีนี ้เพราะไม่อยากให้ มันมีการ ถกเถียงด้วยเรื่องแนวเพลง หลังจากที่หยุดจากจริญ คือเป็นการแจมกัน แทนที่จะเป็นการคิดเพลงร่วม กัน หรือพีชคิดยังไงครับ
P: สุดท้าย พอทำเพลงออกมามันก็อาจจะมีก ลิ่นของแนวเพลงบางอย่างออกม าจนได้ จากการที่เราฟังหรือเราเล่น โดยไม่ตั้งใจออกมา แต่ผมจะไม่ไปตั้งเป้าว่าจะท ำเพลงแนวนี้ออกมาในการเริ่ม ทำเพลง
P: เหมือนเด็กคนนึงเดินเข้าไปส นามเด็กเล่น โดยไม่ได้คิดว่าจะตั้งใจไปเ ล่นอะไรเป็นพิเศษแล้วก็เล่น อันนั้นอย่างเดียว พอเดินเข้าไปผมก็รู้สึกว่าเ ล่นชิงช้าอาจจะสนุกดี แต่ไปเล่นม้าโยกก็อาจจะสนุก ไปอีกแบบ หรือเล่นยิงปืนกับตัวเองคนเ ดียวก็ได้
P: อันนี้เหมือนงานเดี่ยว 555
HH: แล้วตอนไหนครับที่พีชเริ่มก ลับมาทำงานเดี่ยวอีกครั้งนึ ง
P: จริงๆ มันเป็นช่วงที่ซ้อนกับก่อนจ ะพักวงจริญด้วย เป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าเรา มีคอม มีเครื่องดนตรี เราก็ทำเลยแล้วกันไม่อยากรอ ใครละ กูจะทำละ คล้ายๆตอนที่เพลงของจริญมัน ยังไม่เป็น วงจริญ และก่อนหน้าจริญผมก็มีวงเหม ือนกันเป็นป๊อปเด็กน้อย ทำในคอมมาก่อนเหมือนกัน แล้วแม่งก็เข้าอีหรอบเดิมว่ าผมแม่งมาทำเพลงจนเสร็จแล้ว ก็ชวนคนนั้นคนนี้มาเล่นด้วย ซึ่ง พอเล่นสด มันก็ไม่เหมือนเพลงที่ทำมาเ ท่าไหร่ เพราะเราทำมาจนเสร็จแล้ว แล้วไปเล่นกับคนอื่น ที่ไม่ได้ทำเพลงนั้นกับเราม าแต่แรก
HH: คือเพราะพีชคิดว่ายังไงมันก ็ต้องเป็นวงใช่ไหมครับ คือตอนนั้นทำเสียงอะไรมาพีช คิดว่ามันต้องมีคนมาเล่นด้ว ยไหมครับ
P: ไม่เลย 55555 แต่ก็อยากเล่นสดแล้วมีคนมาเ ล่นให้มันดูมีชีวิต ซึ่งกลายเป็นว่าบางคนเขาก็ต ้องมาฝืนเล่นลายที่ผมคิดมา แล้วบางทีผมก็มีลายแบบที่ผม คิดไว้แล้วในหัว แล้วสุดท้ายยังไงๆเขาก็เล่น ออกมาแบบที่ผมทำเลยไม่ได้ เพราะ ไม่ได้รู้สึกร่วมกับการที่จ ะต้องมาเล่นลายนั้นขนาดนั้น หรืออาจไม่เป็นตัวเอง
P: ผมอาจจะชอบทำเพลงเหมือนพวกค นทำเพลงอิเล็กโทรนิกส์เดี่ย วๆมากกว่า แต่เพลงผมมันไม่ได้เป็น อิเล็กโทรนิกส์ ซะทีเดียว
HH: คือมันเลยทำให้เราต้องมีทาง เลือกที่ทำเพลงเองหลอครับ
P: คืออย่างงานเดี่ยว ผมจะทำคนเดียวหรือจะไปแจมกั บคนอื่น หรือปรึกษาใครก็ได้ และจบที่ผมเองได้เลย
P: คือผมกับไปป์เนี่ยสุดท้ายแล ้วลาลา มันอาจจะมีอัลบั้มยาวเต็มๆ อันเดียวก็ได้ ก็ยังไม่รู้ เพราะผมกะไปป์ก็มี แพชชั่นในงานเดี่ยวเหมือนกั น
HH: แล้วผลตอบรับเพลงที่ทำคนเดี ยวเป็นยังไงครับ
P: มันป๊อปน้อยกว่าโดยตัวเพลงข อมันอยู่แล้ว ซึ่งก็มีคนรู้จักน้อยกว่าลา ลา แต่สำหรับผม ผมค่อนข้างรู้สึกสนใจในงานเ ดี่ยวมากกว่า 555 เพราะมันไม่ค่อยมีใครรู้จัก นี่แหละ
P: คือผมต้องการขยายงานเดี่ยวอ อกไป ให้มันอาจจะไม่ใช่แค่ทำเพลง อย่างเดียวด้วย อาจจะมีงานลักษณะอื่นเช่นงา นเขียนหรืองานศิลปะรูปแบบอื ่น ผสมกับการทำเพลง ซึ่งลาลามันค่อนข้างเป็นอะไ รแบบนักดนตรีทำเพลงอยู่มากก ว่า แต่งานเดี่ยวผมจะทำแบบเด็กน ้อยในสนามเด็กเล่นมากกว่า
HH: พอยกตัวอย่างได้ไหมครับ เช่นเพลงที่ทำอะครับ
P: ทีว่าผสมงานแบบอื่นเข้าไปด้ วยน่าจะเป็นอัลบั้มที่กำลัง จะทำอยู่ในปัจจุบันครับ
แต่ถ้าที่ปล่อยไปอย่าง Hidden Home
เช่น เพลงแรกของอัลบั้ม hidden home ของ PLERNPANPERTH เลยเพลง Love from The North East มันก็มาจากการเล่นกีตาร์เกา ๆวนเป็นคอร์ดสองคอร์ดเป็นทา งแจ๊สหน่อย แล้วมีแคนของเล่นอยู่อันนึง ก็เอามาลองๆเป่าดัดเสียงในโ ปรแกรมดู แล้วก็ลองร้องๆ คึดฮอดเจ้าหลายแบบภาษาภูไทเ ข้าไป ซึ่งช่วงนั้นกำลังเห่อเรื่อ งที่ผมฟังจากย่า ยายผม ซึ่งมีโคตรเหง้าทางสกลนคร ที่เป็นถื่นของคนภูไทด้วย
P: คือจะบอกว่ามันจะมีเรื่องส่ วนตัวมากกว่าการทำวงด้วย
P: อัลบั้มถัดไปที่จะทำที่ว่าจ ะผสมงานเขียนอาจจะมีเรื่องส ั้นที่เชื่อมโยงกับเพลงอะไร แบบนั้นด้วยกำลังหาที่ลงตัว อยู่ครับ
แต่ก็เริ่มทำไปบ้างแล้ว
P: คือพอทำวง มันจะมีความคิดว่าอยากให้คน อื่นอินกับเราด้วยผมก็จะไม่ กล้าใส่เรื่องส่วนตัวตรงๆเข ้าไปมากนัก แต่งานเดี่ยวมันจะ ทำได้มากกว่า
HH: คือพีชคิดว่าเราได้รับอธิพล มาจากใครบ้างไหมครับ เช่นวงที่เราชอบหรือสิ่งรอบ ตัวหนังสือ เช่นวงที่เราชอบหรือสิ่งรอบ ตัวหนังสือ ภาพยนตร์ ฯลฯ
P: อิทธิพล ต้องนึกนานมากเลย 55555 มันตีกันในหัวยุ่งเหยิงมาก จริงๆผมชอบเรื่องประวัติศาส ตร์นะ แต่แม่งไม่ค่อยออกมาในงานผม เท่าไหร่ และเรื่องความสัมพันธ์กับคน รอบตัว ครอบครัว คือหนัง หนังสือ เพลง ผมก็ฟังเรื่อยเลยล่ะ มันก็จะมีที่ชอบเป็นพักๆ ไป แล้วก็เปลี่ยน แต่ทางดนตรีถ้าให้พูด ผมชอบพวก experimental electronic เพราะมันมันจะนำเสนอความเป็ นไปได้ของซาวด์ที่แตกต่างออ กไป อยู่บ่อยๆ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ทำแนว experimental electronic สะทีเดียวแต่ผมก็สนใจฟังพวก นี้เอาเรื่องไอเดียของการทำ ซาวด์ในเพลง มาปรับๆใช้
P: เช่นไอ้เสียงกระตุกๆหรือ Glitch แบบพวกแนว IDM มันทำยังไง ก็ลองๆคลำทำ เรียนรู้ในเนตไป พอมีโอกาสที่เหมาะจะใช้ในเพ ลงตัวเองบางเพลง ก็ได้เอามาทำลงไป เป็นเรื่องเทคนิคการนำเสนอ สำหรับดนตรี แต่สิ่งที่นำเสนอก็อีกเรื่อ ง
P: ไม่ได้คาดหวังให้ต้องชอบ แต่ถ้าฟังแล้วรู้สึกอะไรบาง อย่างแล้วตั้งคำถามกับผม หรือตัวเอง หรืออะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก ็ดีเหมือนกัน 5555 แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้คิดอะ ไรอย่างนี้อย่างนั้นตายตัว จริงๆคาดหวังว่า เราจะได้คุยกันเป็นเพื่อนกั น 55555โคตรสับสนความคิดตัวเอ งเลยเนี่ย 5555 แค่ว่า เกิดฟังเพลงผมแล้วชอบ แล้วได้มาคุยกันเป็นเพื่อนก ัน แลกเปลี่ยนกัน ก็เยี่ยมเลยนะ ดีจริงๆ
HH: 555
P: ซึ่งเราอาจจะคิดไม่เหมือนกั นก็ได้ แต่อย่างน้อยเราก็จะได้แลกเ ปลี่ยนกัน
HH: คือพีชสนใจในComment ของคนอื่นไหม
P: สนใจนะ แต่ผมจะทำตามหรือไม่ทำตามก็ ได้แล้วแต่ว่ามันน่าสนใจสำห รับผมแค่ไหน ผมทำเพลง ในแง่นึงผมก็คาดหวังว่าผมจะ ได้เพื่อนใหม่ๆที่น่าจะมาแล กเปลี่ยนอะไรที่น่าสนใจด้วย กันเพิ่มขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็สำรวจตัวเองไป ด้วย ว่าความคิดช่วงนั้นช่วงนี้เ ราเปลี่ยนไปยังไง
HH: คือ พอพูดถึงเพื่อนใหม่ ผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นาน มานี้ พีชไปเล่นที่ญี่ปุ่นมาใช่ไห ม เป็นไงบ้างครับ ในวงการดนตรีของที่อื่นใน อาเซี่ยน
P: เป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้ส ึกว่าโลกนี้มันทั้งกว้างและ แคบไปในตัวด้วย เพราะว่าในความเป็นจริง บางคนในกลุ่มที่ทัวร์ด้วยกั นก็เคยมาเล่นในไทยอย่าง นาตาลี ที่เป็นคนสิงคโปร์ก็อยู่วง SA ที่เคยมาเล่นที่ Zoo รู้จักกับเพื่อนบางคนในไทยอ ยู่แล้ว
หรือ Son X ก็มีงานแสดงซาวด์อยู่ที่ Museum Siam ด้วยช่วงที่ผมไป หรือ Chee Wai ก็เป็นเพื่อนกับ Koichi ด้วย พี่ยุ้ยเชลโล่ก็รู้จักกับทา งกลุ่ม Far East ที่เป็นหัวหอกในการจัดงานนี ้ เนื่องจากปีก่อนหน้าพี่ยุ้ย เชลโล่ก็เคยได้ร่วมงานนี้มา แล้ว
เพื่อนใหม่ๆตรงนั้นเป็นแรงผ ลักดันมากๆด้วยเหมือนกัน เพราะ ต่างคนต่างทำงานในแบบตัวเอง อย่างตั้งใจ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นดนตรี ที่อยู่ในกระแสหลักของประเท ศเค้า และไม่ใช่แค่การมาพูดแลกเปล ี่ยนกันแต่เรื่องดนตรี เวลาที่เราได้มานั่งทานอาหา รร่วมกันช่วงค่ำหลังการแสดง เสร็จบางครั้งทำให้เราได้พู ดคุยถึงเรื่องทัศนคติ ความเชื่อ การเมือง สังคม เรื่องทะลึ่ง เรื่องตลก เรื่องอะไรต่างๆเรื่องชีวิต กันด้วย ซึ่งน่าสนใจเพราะเรามาจากต่ างวัฒนธรรมแต่ก็เป็นคนเอเชี ยร่วมกัน
P: ไม่รู้จะบรรยายยังไงเรียบเร ียงออกมาทั้งหมดไม่ถูก 555555
HH: คือมันทำให้เราเปลี่ยนความค ิดอะไรต่อการทำเพลงหรือมองโ ลกไหมครับ ลองยกตัวเองอย่างหน่อยได้ไห มครับ
P: มันทำให้รู้สึกว่า โลกนี้มีคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กันที่จับกลุ่มเล็กๆกันอยู่ หลายๆมุมในโลก ในความคิดผมนะ ซึ่งถ้าเรารู้ว่ามันมีตรงนี ้อยู่เราก็ไม่จำเป็นต้องทำอ ะไรแบบที่ว่าจะทำให้กระแสหล ักของประเทศนั้นๆยอมรับก็ได ้ แต่เราสามารถ เดินทางไปกับคนกลุ่มเล็กๆที ่มีอยู่หลายๆพื้นที่ในโลกได ้ ซึ่งถ้ารวมกันๆมันก็จะเยอะไ ด้เหมือนกัน
P: ผมเลยรู้สึกว่าผมมีแรงที่จะ ทำงานแบบที่ผมชอบ และไม่จำเป็นต้องอิงกระแสหล ักของสังคมไทยก็ได้ และให้งานที่ผมรัก พาผมเดินทางไปเจอเพื่อนที่น ่าสนใจเอง จริงๆมันอาจจะคล้ายๆ การทำงานของคนทำงานศิลปะ ที่มีเรสสิเดนซี่ เพียงแต่ว่าผมมีดนตรีเป็นพา สปอตหลัก แต่ผมก็ไม่เคยหาข้อมูลนะว่า อย่างคนทำเพลงอิสระมีมีอะไร คล้ายๆ รูปแบบ ศิลปินพำนัก แบบอาร์ตติ๊สทั่วไปไหม เพราะมีรูปแบบการทำงานไม่เห มือนกันเสียทีเดียว
HH: นั้นหมายความถึงว่าเราก็เริ ่มรู้สึกว่าวงการเพลงไทยมัน ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั ้นหลอครับ
P: คือถ้าผมทำงานเขียนอะไรขึ้น มาผมก็จะ แปลอังกฤษอะไรงี้ให้มันด้วย 5555 เผื่อมีคนที่อื่นข้างนอกอยา กรู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไรแม ้ว่าภาษาต่างชาติผมจะไม่แข็ งก็เถอะ ซึ่งผมก็ให้เพื่อนผมช่วยเหล ืออยู่บ่อยๆในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่ามันมีทางเลือก และโลกนี้ก็แคบลงเอามากๆ เพลงผมไม่ว่าจะของลาลา หรือเพลินแพนเพิธก็พยายามที ่จะแปลเนื้อเพลงเป็น อังกฤษและญี่ปุ่นเอาไว้ด้วย คืออย่างที่บอก ทำเพลงหาเพื่อน มันอาจไม่ใช่เพื่อนที่เป็นช าติใดชาติหนึ่งแต่เป็นมนุษย ์ที่จะฟังเพลงผมนี่แหละ บางเพลงอาจมีเนื้อหรือไม่มี เนื้อก็ได้
HH: คือ พีชคิดยังไงกับวงการเพลงของ ไทยครับ หลังจากที่ไปที่อื่นมาบ้าง มันมีข้อดีและข้อเสียไหม
P: คือผมก็เคยได้ไปสัมผัสแต่ญี ่ปุ่น 555 (ที่เกาหลีได้สัมผัสวงการหน ังมากกว่า) ผมก็ไม่รู้หรอกว่าประเทศอื่ นๆเค้าเป็นไง เพราะเอาจริงๆแล้ว ทัวร์ Asian Meeting 2016 ที่ผมไป ก็สนับสนุนโดยมูลนิธิ Japan Foundation ด้วย มีเรื่องของการผสมผสานทางวั ฒนธรรม นำคนหลากเชื้อชาติในเอเชียม าเล่นร่วมกัน มันก็มีความกระตุ้นให้คนมาฟ ังและสนใจเยอะด้วย แต่ขณะเดียวกันคนที่สนใจตรง นั้นถ้าเกิดสนใจจริงๆ ก็พร้อมจะซัพพอร์ตสิ่งที่เข าชอบเต็มที่ นั่นทำให้เราขายแผ่นกันได้ 555 จริงๆ ผมก็ไม่รู้จะตัดสินยังไง ถ้าพูดถึงอะไรระดับมหัพภาคอ ย่างวงการเพลงไทย
P: แต่ถ้าเป็นวงการเพลงอินดี้ หรือ ศิลปินอิสระ ค่ายเล็กๆ ของไทย มันเป็นอะไรที่ยากที่จะอยู่ รอดในทางการเงิน ถ้าคุณไม่ได้เป็นศิลปินอินด ี้ที่ทำเพลงที่มีความป๊อปผส มอยู่มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะต้องมีงานอย่าง อื่นทำเพื่อการเงิน ผมเลยคิดว่ามันต้องพาตัวเอง ออกไปนอกประเทศไทยให้ได้ด้ว ย เพื่อให้มันอยู่รอดได้มากขึ ้น
HH: คืออย่างนี้พีชมองว่ามันเกิ ดจากตัวศิลปินหรือคนฟังครับ หรือว่าเกิดขึ้นเพราะ เราไม่สามารถสร้างกระแสคนดู ได้
P: มันทุกปัจจัย แต่ส่วนหนึ่งคือ เราไม่ได้มีนายทุนที่มีความ ชอบเดียวกันกับศิลปินอิสระ หรือค่ายเล็กๆมากพอด้วยในคว ามคิดผมนะ โดยเฉพาะศิลปินที่ไม่ได้มีก ลิ่นป๊อปมากเท่าไหร่ ผมก็ไม่เชี่ยวชาญ 55555 ทำไมค่ายกระแสรองในอเมริกาอ ยู่ได้ เราก็ต้องมองอีกว่าอเมริกาแ ม่งใหญ่มากเหมือนกัน 55555 คนพูดภาษาเดียวกัน เยอะขนาดนั้น มีหลายรัฐอีก คนก็หลากหลายขึ้น
P: โอกาสที่มากขึ้นมันย่อมตามม า แต่การแข่งขันก็สูงตามด้วย สำหรับ ศิลปินอิสระ หรือค่ายเล็ก ตอนนี้ถ้าจะหวังว่าคนไทยต้อ งมาฟังอย่างนี้กันนะ มันก็อาจจะยัดเยียดเกินไปเห มือนกัน แต่ว่าถ้าเราขยายสิ่งนี้ออก ไปข้างนอกมากขึ้นและทำให้คน ไทยเห็นเองว่ามันน่าสนใจ มันก็อาจจะเริ่มต้นอะไรดีๆข ึ้นมาก็ได้ ผมก็ไม่รู้ 5555
เจอกัน : https://www.facebook.com/ events/230009767362179/
--------------------------
เราสัมภาษ PLERNPANPERTH ผ่าน Message ในFacebook เพื่อทำความรู้จักกับเขาให้
HH: พีชช่วยเล่าหน่อยได้ไหมครับ
P: ถ้าเริ่มทำจริงๆ น่าจะตอนมัธยม เอาโปรแกรมที่ใช้ทำแท็บกีตา
HH: ตอนนั้นนี้คือมีวงยังครับ
P: ตอนนั้นเล่นกีตาร์กับวงเพื่
HH: คืออย่างนี้พีชคิดว่า การเล่นเป็นวงกับการทำเพลงค
P: ค่อนข้างต่าง คือโดยปรกติผมมักจะเริ่มจาก
HH: คืออย่างนี้พีชชอบ การทำงานเดี่ยวหรืองานที่เป
P: เช่น ทำวง ถ้าเราคิดลายนี้มาอีกคนไม่ช
P: เอาตรงๆคือชอบ ชอบการทำงานคนเดียวมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกลียดการทำว
HH: คือมีอยู่ช่วงนึงที่พีชหยุด
P: ในแรกเริ่มเพลงเวอร์ชั่นสตู
P: ยกตัวอย่างเช่น เพลงความรู้รอบตัวมันเป็นเพ
HH: ยังไงครับช่วงท้าย
P: คือจริงๆ ผมเห็นว่าจริญจริงๆแล้วแต่ล
HH: อ้อครับ
HH: แล้วพอหลังจากพักวง พีชมีความคิดยังไงต่อ เพลงที่จะทำครับ คือผมไม่แน่ใจว่ามันมีผลต่อ
P: ผลลัพธ์ที่แน่นอนเลยคือช่วง
HH: แล้วเราเลือกที่จะแมทช์มันย
P: คือเราเริ่มรู้แล้วว่าตัวเอ
HH: ทดลองยังไงครับ
P: คือลาลา ก่อนเป็นลาลา มันเป็นโปรเจคที่อยากจะชวนเ
HH: คืออยากให้ลองเล่าวิธีที่พี
P: และก็เอามาลองเลือกแต่ความว
P: ไอ้ที่อัดๆแจมกันไว้กับเพื่
HH: คือแต่ละเพลงก็จะมีคนแต่งหล
HH: อย่างงั้นตอนเล่นสดก็จะมีคน
P:คือ ลาลา มันจะมีลักษณะสมการประมาณว่
หลักๆคือ ในการเรียบเรียง ผมจะขึ้นโครงจากคลิปสั้นๆ ที่เล่นด้นสดในห้องซ้อมที่แ
P: เวลาเล่นสดครั้งแรกสุดเลยงา
P: คือลาลามันไม่ได้เป็นการมาซ
P: แต่เหมือนเรามาช่วยคิดช่วยอ
HH: คือผมลองตั้งขอสังเกตุเป็นไ
P: สุดท้าย พอทำเพลงออกมามันก็อาจจะมีก
P: เหมือนเด็กคนนึงเดินเข้าไปส
P: อันนี้เหมือนงานเดี่ยว 555
HH: แล้วตอนไหนครับที่พีชเริ่มก
P: จริงๆ มันเป็นช่วงที่ซ้อนกับก่อนจ
HH: คือเพราะพีชคิดว่ายังไงมันก
P: ไม่เลย 55555 แต่ก็อยากเล่นสดแล้วมีคนมาเ
P: ผมอาจจะชอบทำเพลงเหมือนพวกค
HH: คือมันเลยทำให้เราต้องมีทาง
P: คืออย่างงานเดี่ยว ผมจะทำคนเดียวหรือจะไปแจมกั
P: คือผมกับไปป์เนี่ยสุดท้ายแล
HH: แล้วผลตอบรับเพลงที่ทำคนเดี
P: มันป๊อปน้อยกว่าโดยตัวเพลงข
P: คือผมต้องการขยายงานเดี่ยวอ
HH: พอยกตัวอย่างได้ไหมครับ เช่นเพลงที่ทำอะครับ
P: ทีว่าผสมงานแบบอื่นเข้าไปด้
แต่ถ้าที่ปล่อยไปอย่าง Hidden Home
เช่น เพลงแรกของอัลบั้ม hidden home ของ PLERNPANPERTH เลยเพลง Love from The North East มันก็มาจากการเล่นกีตาร์เกา
P: คือจะบอกว่ามันจะมีเรื่องส่
P: อัลบั้มถัดไปที่จะทำที่ว่าจ
แต่ก็เริ่มทำไปบ้างแล้ว
P: คือพอทำวง มันจะมีความคิดว่าอยากให้คน
HH: คือพีชคิดว่าเราได้รับอธิพล
P: อิทธิพล ต้องนึกนานมากเลย 55555 มันตีกันในหัวยุ่งเหยิงมาก จริงๆผมชอบเรื่องประวัติศาส
P: เช่นไอ้เสียงกระตุกๆหรือ Glitch แบบพวกแนว IDM มันทำยังไง ก็ลองๆคลำทำ เรียนรู้ในเนตไป พอมีโอกาสที่เหมาะจะใช้ในเพ
P: ไม่ได้คาดหวังให้ต้องชอบ แต่ถ้าฟังแล้วรู้สึกอะไรบาง
HH: 555
P: ซึ่งเราอาจจะคิดไม่เหมือนกั
HH: คือพีชสนใจในComment ของคนอื่นไหม
P: สนใจนะ แต่ผมจะทำตามหรือไม่ทำตามก็
HH: คือ พอพูดถึงเพื่อนใหม่ ผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นาน
P: เป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้ส
หรือ Son X ก็มีงานแสดงซาวด์อยู่ที่ Museum Siam ด้วยช่วงที่ผมไป หรือ Chee Wai ก็เป็นเพื่อนกับ Koichi ด้วย พี่ยุ้ยเชลโล่ก็รู้จักกับทา
เพื่อนใหม่ๆตรงนั้นเป็นแรงผ
P: ไม่รู้จะบรรยายยังไงเรียบเร
HH: คือมันทำให้เราเปลี่ยนความค
P: มันทำให้รู้สึกว่า โลกนี้มีคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ
P: ผมเลยรู้สึกว่าผมมีแรงที่จะ
HH: นั้นหมายความถึงว่าเราก็เริ
P: คือถ้าผมทำงานเขียนอะไรขึ้น
HH: คือ พีชคิดยังไงกับวงการเพลงของ
P: คือผมก็เคยได้ไปสัมผัสแต่ญี
P: แต่ถ้าเป็นวงการเพลงอินดี้ หรือ ศิลปินอิสระ ค่ายเล็กๆ ของไทย มันเป็นอะไรที่ยากที่จะอยู่
HH: คืออย่างนี้พีชมองว่ามันเกิ
P: มันทุกปัจจัย แต่ส่วนหนึ่งคือ เราไม่ได้มีนายทุนที่มีความ
P: โอกาสที่มากขึ้นมันย่อมตามม
เจอกัน : https://www.facebook.com/

